แชร์วิธีการจัดเก็บหนังสือ
ว่ากันด้วยเรื่องของการเก็บจัดของต่างๆ ให้เป็นหมวดหมู่มักจะเป็นบสิ่งที่ใครหลายๆ คนชอบกันอย่างแน่นอน ซึ่งเรื่องของการจัดหนังสือ ก็เป็นอีกสิ่งที่มักจะจัดให้เป็นระเบียบเช่นกันครับ วันนี่เราเลยอยากจะมา “แชร์วิธีการจัดเก็บหนังสือ” กันสักหน่อย เพื่อเป็นแนวทางที่น่าสนใจกันครับ จะเป็นอย่างไรกันบ้างนั้น…เราไปชมกันเล้ยย!!!
หลักการดูแลรักษาและจัดเก็บหนังสือหลังอ่านสร็จ
●พยายามป้องกันหนังสือทุกหน้า นั่นคือ เมื่อต้องการทำเครื่องหมายว่าอ่านถึงไหนแล้ว ให้ใช้ที่คั่นหนังสือ ห้ามพับกระดาษหนังสือ ปกติแล้วหากเราไปร้านหนังสือ และซื้อหนังสือ ทางร้านจะแถมที่คั่นหนังสือสวยๆ มาให้ด้วย ซึ่งเป็นการดีสำหรับไว้คั่นเพื่อให้รู้ว่าอ่านถึงหน้าไหนแล้ว
●ถ้าไม่อ่านหนังสือแล้วต้องปิด มิฉะนั้นสันหนังสือจะเสียหาย นอกจากนี้ ถ้าอ่านหนังสือควรจะถือด้วยมือเดียว จากนั้นคุณต้องไม่พับปกหนังสือ มิฉะนั้นจะเป็นการยากที่จะทำให้ปกเรียบ ที่แย่ไปกว่านั้น คุณอาจทำสันหนังสือเสียหายได้ สาเหตุที่ทำให้สันหนังสือเสียหายบ่อยๆคือ เมื่อนำหนังสือไปถ่ายเอกสารเพื่อทำรายงาน ฯลฯ ซึ่่งจำเป็นจะต้องคว่ำหนังสือลงและต้องกดหน้าหนังสือให้แนบสนิทกับกระจกให้มากที่สุด เพื่อการถ่ายที่ชัดเจน ยิ่งเป็นหนังสือเล่มหน่าๆ ถึงกับกาวที่ติดบนสันหนังสือหลุดออก
●เก็บหนังสือไว้ในที่แห้ง เมื่อหนังสือเพิ่มมากขึ้น ชั้นวางหนังสืออาจไม่มีที่วางหนังสืออีกต่อไป คุณต้องหลีกเลี่ยงสถานที่ชื้นเมื่อต้องเก็บหนังสือ นอกจากนี้อุณหภูมิของสถานที่ ที่วางหนังสือจะต้องคงที่ แม่นยำ มีึความชื้นสัมพัทธ์ควรอยู่ที่ 50% สามารถผันผวนขึ้นและลง 10% อุณหภูมิห้องควรอยู่ระหว่าง20-25 องศาเซลเซียส หากคุณยังกังวลให้ห่อหนังสือด้วยพลาสติกกันกระแทก แล้วใส่ลงในกล่อง เพื่อไม่ให้หน้ากระดาษม้วนงอ ถ้าเป็นเป็นได้วางกล่องในที่สูง เช่น ชั้นวางหนังสือ เพื่อหลีกเลี่ยงการโดนน้ำ
●เก็บหนังสือบนชั้นที่ไม่แน่นจนเกินไป นักอ่านหลายคนที่เป็นนักสะสมหนังสือ คงมีตู้ หรือชั้นเก็บหนังสือหลายหลังที่เอาไว้จัดระเบียบหนังสือเล่มโปรดเพื่อรอวันหยิบขึ้นมาอ่านอีกครั้ง แต่ข้อควรระวังสำหรับคนรักหนังสือคือ อย่าเก็บหนังสือบนชั้นอัดแน่นจนเกินไป เนื่องจากการเก็บที่อัดแน่น และบีบอัดเกินอาจทำให้หนังสือเสียหายได้ โดยเฉพาะหนังสือปกอ่อนที่เสี่ยงต่อการยับ หรือฉีกขาด ดังนั้นควรจัดเรียงให้ดีครับ
●หุ้มปก หรือใส่ซองพลาสติก อีกหนึ่งเคล็ดลับการดูแลหนังสือสุดฮิตนั้นคือการหุ้มปกหนังสือด้วยพลาสติกใส หรือการนำหนังสือที่ไม่ได้อ่านแล้วบรรจุลงในซองพลาสติกก่อนเก็บ เพราะการเก็บรักษาด้วยวิธีนี้จะช่วยให้หนังสือไม่มีฝุ่นเกาะ ลดโอกาสโดนแสงแดด และป้องกันความชื้นได้ดี จึงเป็นหนึ่งวิธียอดนิยมที่ใช้มาอย่างยาวนาน ถ้าคุณผู้อ่านมีหนังสือเล่มไหนที่อ่านจบแล้ว และยังไม่มีวี่แววจะเอากลับมาอ่านใหม่ลองนำวิธีนี้ไปใช้ก็ช่วยรักษาหนังสือได้ดีมากๆ เลยหล่ะครับ
สาเหตุที่จะทำให้หนังสือเสียหาย
►เกิดจากคน เป็นสาเหตูสำคัญที่ทำให้เกิดการเสื่อมสภาพ ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ ส่วนใหญ่มาจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ขาดความระมัดระวัง เช่น หยิบเคลื่อนย้ายอย่างไม่ระมัดระวังทำให้หนังสือฉีกขาดหรือยับย่น การสัมผัสบ่อยทำให้เกิดคราบ การเก็บในสภาพกองสุมหรือซ้อนกัน ทำให้หนังสือหักงอบิดเบี้ยว การไม่รักษาความสะอาดทำให้มีสิ่งสกปรกสะสมจำเป็นสาเหตูให้แมลงเข้ามาอยู่อาศัยกัดกินกระดาษและเชื้อราเจิรญเติบโต ทำลายหนังสือ การเก็บรักษาและซ่อมแซมด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้อง
►เกิดจากอุณหถูมิ กระดาษที่ได้รับความร้อยจะมีสถาพแห้งกรอบ และเปราะ เนื้อกระดาษเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือสีน้ำตาล กาวที่ได้รับความร้อนจะอ่อนตัว เหนียว เยิ้ม หรือกรอบเปราะ เปลี่ยนสี นอกจากนี้ความร้อยยังช่วยเร่งปฏิกิริยาเคมีให้เกิดขึ้นเร็วยิ่งขึ้นอีกด้วย เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น 10 องศา ปฏิกิริยาเคมีจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า
► เกิดจากน้ำและความชื้น วัสดุที่เป็นเหล็ก จะทำปฏิกิริยากับน้ำหรือไอน้ำ จะเกิดเหล็กไฮดรอกไซด์ ที่เรียกกันว่า สนิมเหล็ก ซึ่งมีลักษณะเป็นสีเหลืองน้ำตาลเกาะบนผิวของเหล็ก ดังนั้นหนังสือที่ใช้คลิป ลวดเย็บ เข็มหมุด อาจจะเกิดสนิมเหล็กได้ นอกจากนี้น้ำและความชื้นยังเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของสัตว์ แมลง จุลินทรีย์ต่างๆ ทำให้หนังสือเสื่อมสภาพ และเป็นเชื้อรา ซึ่งส่วนใหญ่เจริญได้ดีเมื่อความชื้นสัมพัทธ์สูงกว่า 70%
เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลเกี่ยวกับ ‘แชร์วิธีการจัดเก็บหนังสือ” และข้อมูลสาเหตุที่ทำให้หนังสือเสียหายที่เราได้นำมาฝากทุกๆ ท่านกันในบทความข้างต้นนี้ คิดว่าน่าจะเป็นข้อมูลที่ดีมากๆ เลยนะครับ หวังว่าจะชอบกันนะ
