4 หลักการเริ่มต้นเขียนนิยาย
หากว่ากันด้วยเรื่องของอาชีพในฝันของเรานั้น มีมากมายหลายแบบกันเลยหล่ะครับ แต่หนึ่งในอาชีพที่ทุกคนที่มีจินตนาการดีเลิศ สามารถสร้างเรื่องราวในแบบฉบับของตนเองได้ มักจะเลือกเดินเส้นทางนี้กันนั้นก็คือ “นักเขียน” นั้นเองครับ วันนี้เราเลยอยากจะมาปูพื้นฐานเกี่ยวกับ “การเขียนนิยาย” กันสักหน่อยกับ “4 หลักการเริ่มต้นเขียนนิยาย” จะเป็นอย่างไรกันบ้างนั้น…เราไปชมกันดีกว่าครับผม
นวนิยาย คืออะไร?
นิยาย หรือ นิยาย เป็นรูปแบบหนึ่งของวรรณกรรมลายลักษณ์ แต่งในรูปของร้อยแก้ว มีลักษณะแตกต่างจากเรื่องแต่งแบบเดิม ที่เรียกว่านิทาน นว มีความหมายว่า “ใหม่” นิเยย (និយាយ) เป็นภาษาเขมรมีความหมายว่า “เล่า” ซึ่งมีความหมายเดียวกับคำว่า นิทาน ของภาษาบาลี ดังนั้นคำว่านวนิยายจึงมีความหมายว่า “เรื่องเล่าหรือนิทานแบบใหม่” ซึ่งตรงกับคำว่า Novella ในภาษาอิตาลี[1] คำนี้ถูกใช้เป็นครั้งแรกในคริสต์ศตวรรษที่ 14 กับวรรณกรรมเรื่อง ตำนานสิบราตรี ของโจวันนี บอกกัชโช ซึ่งมีข้อแตกต่างจากนิยายที่เคยแต่งกันมาอยู่หลายประการ นิยาย/นิทานแบบดั้งเดิมมักพยายามโน้มน้าวให้ผู้อ่านเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง อาทิ รามเกียรติ์ หรืออีเลียด ขณะที่นวนิยายใช้กลวิธีให้ผู้อ่านเห็นว่าไม่ใช่เรื่องจริง นักวิจารณ์และปัญญาชน กิลเบิร์ต ไฮอิต (Gilbert Highet) ได้อธิบายความหมายของคำว่านวนิยายไว้ว่า “นวนิยายคือเรื่องเล่าขนาดยาวที่เกี่ยวกับบุคคลที่ไม่มีตัวตนจริง นวนิยายเป็นทั้งเรื่องจริงและเท็จ กล่าวคือ แม้ว่าบุคคลและตัวละครต่าง ๆ ไม่เคยมีอยู่จริง แต่ตัวละครในนวนิยายนั้นก็เป็นที่ยอมรับว่าเป็นแบบฉบับของบุคคลที่มีชีวิตจริง และพฤติกรรมของตัวละคนก็สอดคล้องกับลักษณะความเป็นที่ปรากฏขึ้นจริงในสถานที่และยุคสมัยนั้นๆ
องค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของการเขียนนิยาย
- พล็อต (plot) การจะเขียนนิยายให้ดีได้ต้องเริ่มจากการวางพล็อต ไม่ใช่ตัวละครที่จะดำเนินเรื่องราว แต่เป็นแก่นของเรื่องที่ควรจะนำพาทุกๆ ท่านให้ติดตามเรื่องราวโดยรวมไปพร้อมๆ กับการพัฒนาของตัวละครต่างๆ เพราะว่าตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นมาก็จะต้องไปปรากฏอยู่ในพล็อตเรื่องนั้นเองครับ แต่พล็อตเรื่องนั้นจะเป็นสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวละครอีกที สาเหตุที่จัดให้พล็อตเป็นองค์ประกอบส่วนที่สองเพราะเมื่อเริ่มเขียน ผู้คนต่างให้ความสนใจในตัวละครในการเดินเรื่องมากกว่าการมองภาพรวมของเรื่อง
- บทนำ คือส่วนที่จะเปิดเผยตัวละครและแนวของเรื่อง
- ความขัดแย้งของตัวละครหรือปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อจะเชื่อมโยงไปสู่การเปลี่ยนแปลงของเรื่อง
- จุดไคลแมกซ์ หรือที่เข้าใจกันว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของเรื่อง ถือเป็นช่วงเวลายิ่งใหญ่ที่อาจจะเต็มไปด้วยความกดดันมากที่สุดในงานเขียนของก็ว่าได้ค่ะ เพราะมันจะเป็นจุดที่เต็มไปด้วยความรู้สึกและความน่าสนใจ และนี่จะเป็นสิ่งที่บอกได้ว่ามันจะช่วยเสริมหรือทำลายเรื่องราวที่ถูกเขียนมาทั้งหมดนั่นเอง
- จุดพัก เมื่อผ่านจุดไคลแมกซ์เนื้อเรื่องก็จะค่อยๆ คลี่คลายลง เพราะคนอ่านเป็นคนที่ต้องการบทสรุป เพราะฉะนั้นต้องแน่ใจว่าน้องๆ ได้จัดการปัญหาในเรื่องอย่างละเอียดรอบคอบทั้งหมดแล้วด้วยนะคะ
- บทสรุป ไม่ว่าตอนสุดท้ายเรื่องราวจะจบอย่างมีความสุขหรือเศร้าเคล้าน้ำตาก็ตาม นั่นหมายความว่าปัญหาทุกอย่างได้ถูกแก้ไขแล้ว และข้อสรุปของเรื่องได้เดินทางมาถึงจุดที่เหตุการณ์ทั้งหมดต้องนำความรู้สึกของคนอ่านไปสู่ตอนจบได้จริงๆ
4 หลักการเขียนนิยาย
- หาแรงบันดาลใจ การหาแรงบันดาลใจจะทำให้เราสามารถสร้างเรื่องราวของตนเองได้ง่ายกว่าการนั่งอุดอู้อยู่ในห้องเล็กๆ
- วางพล็อตเรื่องคร่าวๆ เพราะการวางโครงเรื่องที่ดีจะทำให้เราสามารถสรรสร้างผลงานส่วนอื่นๆ ได้อย่างสมบูรณ์มากขึ้นครับ
- หาคาแรกเตอร์ของตัวละครที่เหมาะกับเรื่องราวที่เราจะสร้างขึ้นมา ทำให้เค้าเติมโตไปกับสถานการณ์ต่างๆ จะทำให้นิยายน่าติดตามมากขึ้นครับ
- สร้างบรรยากาศและใช้สำนวนชวนให้จินตนาการ การกล่าวถึงบรรยากาศภายในเรื่องหรือทำให้อินไปกับเส้นเรื่องที่เราตั้งใจจะสื่อจะทำให้นิยายของเรามีมิติและน่าสนใจมากๆ ครับ
เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับ “4 หลักการเริ่มต้นเขียนนิยาย” ที่เราได้นำมาฝากทุกๆ ท่านกันในบทความข้างต้น หวังว่าจะชอบและเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยกันนะครับ
