คาเฟ่หนังสือในกทม
Lifestyle

4 คาเฟ่หนังสือในกทม. ที่คนรักหนังสือต้องไปให้ได้

การอ่านหนังสือเป็นสิ่งที่ดีและเป็นงานอดิเรกที่ใครๆ ต่างก็ชอบ ซึ่งมีมากมายหลายแบบ แต่ก็คงจะติดปัญหา หาที่นั่งอ่านหนังสือแบบสบายๆ งีบๆ กันไม่ได้ใช่มั้ยหล่ะครับ วันนี้เราจะพาท่านผู้อ่านทุกๆ ท่านไปพบกับ “4 คาเฟ่หนังสือในกทม. ที่คนรักหนังสือต้องไปให้ได้” กันครับ จะมีที่ไหนกันบ้างนั้น…เราไปลุยกันดีกว่าครับ

4 คาเฟ่หนังสือในกรุงเทพน่าไปโดน!

●Too Fast to Sleep

ร้านคาเฟ่ Co-Working Space สุดฮิตใจกลางเมืองที่คนวัยเรียนและวัยทำงานต้องไปลองสัมผัส ด้วยบรรยากาศเงียบสงบที่เหมาะกับการนั่งอ่านหนังสือหรือนั่งทำงาน พร้อมมีบริการ Wi-Fi ฟรี สามารถเสียบปลั๊กไฟได้ทุกจุดภายในร้าน มีการตกแต่งด้วยโทนสีน้ำเงินและวัสดุไม้ช่วยเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ อีกทั้งยังมีเมนูเครื่องดื่มและขนมให้บริการอีกด้วยครับ

พิกัด : สาขาสยาม ที่สยามสแควร์ ซอย 1 สาขา มศว ที่ประสานมิตร-อโศก

เวลาเปิด-ปิด : สาขาสยาม ทุกวันเวลา 09.00-20.00 น. สาขา มศว วันจันทร์-เสาร์เวลา 09.00-19.00 น.

●Passport Bookshop

ร้าน Passport Bookshop เป็นร้านหนังสือผสมความเป็นคาเฟ่บนถนนพระสุเมรุ สามารถเลือกซื้อหนังสือ นั่งอ่านหนังสือ หรือนั่งทำงาน พร้อมจิบกาแฟและรับประทานขนมอร่อยๆ ได้เป็นอย่างดีครับ

พิกัด : 523 ถนนพระสุเมรุ แขวงวัดบวรนิเวศ เขตพระนคร กทม.

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวันเวลา 11.30-18.00 น. ยกเว้นวันจันทร์

●The Work Loft

The Work Loft เป็นร้านคาเฟ่และ Co-Working Space ที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในย่านสีลมที่รายล้อมไปด้วยออฟฟิศต่างๆ มากมาย จึงได้รับความนิยมจากชาวออฟฟิศ เหมาะนั่งอ่านหนังสือ ทำงาน หรือประชุม โดยมีพื้นที่ส่วนรวมและพื้นที่ห้องทำงานส่วนตัวให้เลือก พร้อมมีมุมชากาแฟฟรีแบบบริการตนเอง

พิกัด : 281/19-23 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวันเวลา 08.00-20.00 น.

●GREY RAY Café & More

มาถึงร้านคาเฟ่สุดท้ายที่นำมาแนะนำ GREY RAY Café & More เป็นร้านคาเฟ่สไตล์ลอฟท์ย่านราชปรารภ ที่สามารถนั่งอ่านหนังสือ นั่งทำงาน หรือประชุมได้ พร้อมมีเมนูเครื่องดื่ม กาแฟ และอาหารรสชาติอร่อย รวมถึงฟรีปลั๊กไฟและ Wi-Fi

พิกัด : 86/7 ถนนราชปรารภ แขวงถนนพญาไท เขตพญาไท กทม.

เวลาเปิด-ปิด : วันจันทร์-ศุกร์เวลา 08.00-19.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์เวลา 08.30-19.00 น.

เคล็ด(ไม่)ลับ อ่านหนังสือให้จำได้ดี

อ่านจบแล้ว ก็ทำสรุปสั้นๆ เอาไว้ทบทวน การสรุปสั้นๆ เป็นภาษาของตนเอง ก็สามารถช่วยได้ทำให้เราเข้าใจเนื้อหาได้มากยิ่งขึ้น โดยอาจจะทำสรุปหลายๆ ครั้ง ทั้งเขียน ทั้งวาดภาพประกอบ เพราะยิ่งเราสามารถอ่านแล้วสรุปได้เรื่อยๆ จะยิ่งทำให้เราจำได้เยอะขึ้น แถมยังเป็นการฝึกเขียนอธิบายไปในตัวอีกด้วย พอไปเจอข้อสอบเขียนบรรยายจริงๆ เราก็จะสามารถเขียนได้อย่างสบายเลย

แบ่งเวลาในการอ่านกับโลกโซเชียล  อีกหนึ่งปัญหาที่ทำให้หลายคนมีเวลาในการอ่านหนังสือน้อย หรืออ่านหนังสือไม่รู้เรื่องก็คือ การที่เราเล่นโซเชียลมากเกินไป เช่น วันนี้ตั้งใจที่จะอ่านหนังสือ 2 ชั่วโมงตอนเย็นหลังเลิกเรียน แต่พอกลับไปถึงบ้าน อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า กินข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้วกลับบอกว่า ขอเราเล่นโทรศัพท์ คุยกับเพื่อนสัก 10 นาทีแล้วกันค่อยไปอ่านหนังสือ แต่พอนั่งเล่นไปเล่นมาก็เพลิน จนเกินเวลาที่กำหนดเอาไว้ สุดท้ายก็เหลือเวลาในการอ่านหนังสือน้อยลงไปเรื่อยๆ ดังนั้นควรปิดกั้นจากโลกโซเชียลเพื่อการาอ่านที่ดีนั้นเองครับ

และนี้ก็คือข้อมูลเกี่ยวกับ “4 คาเฟ่หนังสือในกทม. ที่คนรักหนังสือต้องไปให้ได้” ที่เราได้นำมาแนะนำท่านผู้รักการอ่านทุกๆ ท่าน หวังว่าท่านจะมีโอกาสได้ไปลองใช้บริการกันดูนะครับ